Jump to Content

ความช่วยเหลือเกี่ยวกับนโยบายการยินยอมของผู้ใช้ EU

เหตุใดจึงต้องมีนโยบายนี้ และนโยบายนี้มีผลกับส่วนใดบ้าง

นโยบายนี้เป็นผลมาจากข้อกำหนดบางอย่างของกฎหมายด้านความเป็นส่วนตัวของยุโรป 2 ฉบับ ได้แก่ กฎระเบียบให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภค (GDPR) และข้อกำหนดด้าน ePrivacy ตลอดจนกฎหมายอื่นๆ ของสหราชอาณาจักรที่เทียบเท่า นโยบายนี้มีผลกับผู้ใช้ปลายทางที่อยู่ใน EEA, สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ EEA ประกอบด้วยรัฐสมาชิกของสหภาพยุโรป รวมถึงไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และนอร์เวย์

นโยบายฉบับเดิมนี้เริ่มใช้ในปี 2015 และปรับปรุงเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2018 เมื่อกฎระเบียบให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภคมีผลบังคับใช้ นโยบายได้รับการปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2024 เพื่อให้มีผลกับผู้ใช้ที่อยู่ในสวิตเซอร์แลนด์

หากเป็นผู้เผยแพร่โฆษณาหรือผู้ลงโฆษณาที่อยู่ใน EEA, สหราชอาณาจักร หรือสวิตเซอร์แลนด์ ฉันต้องปฏิบัติตามนโยบายนี้ต่อผู้ใช้ทุกคนหรือไม่

นโยบายความยินยอมของผู้ใช้ EU ของ Google มีผลกับผู้ใช้ปลายทางที่อยู่ใน EEA, สหราชอาณาจักร หรือสวิตเซอร์แลนด์เท่านั้น

Google จะตรวจสอบว่าผู้ลงหรือเผยแพร่โฆษณาปฏิบัติตามนโยบายนี้ได้อย่างไร

แนวทางในการปฏิบัติตามข้อกำหนดคือตรวจสอบเว็บไซต์และแอปที่ใช้บริการโฆษณาของเราเป็นระยะ เช่นเดียวกับที่ทำมาตั้งแต่เริ่มมีการใช้นโยบายในปี 2015 ผู้ตรวจสอบของเราจะเข้าชมเว็บไซต์หรือแอปเช่นเดียวกับที่ผู้ใช้เข้าชม แล้วเราจะดูข้อมูลที่แสดง รวมถึงความยินยอมที่ได้รับ

สิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกอยู่เสมอคือการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อช่วยให้ปฏิบัติตามนโยบายได้อย่างถูกต้อง หากพบว่าพาร์ทเนอร์ไม่ปฏิบัติตามนโยบาย ขั้นตอนแรกที่เราจะทำคือติดต่อพาร์ทเนอร์รายดังกล่าวเพื่อแจ้งให้ทราบถึงปัญหา จากนั้นจะพยายามทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์นั้นๆ เพื่อช่วยให้ปฏิบัติตามนโยบายได้อย่างถูกต้อง

นับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา เมื่อเกิดกรณีดังกล่าว เราจะกำหนดกรอบเวลาที่สมเหตุสมผลเพื่อให้เว็บไซต์และแอปทำการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น แต่หากพาร์ทเนอร์ไม่ร่วมมือกับเรา หรือไม่แสดงให้เห็นถึงความพยายามดำเนินการโดยสุจริตเพื่อปฏิบัติตามนโยบายภายในกรอบเวลาที่สมเหตุสมผล อาจส่งผลให้มีการดำเนินการกับบัญชีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงการระงับฟังก์ชันการทำงานของกลุ่มเป้าหมาย อันได้แก่ ความสามารถของผู้ลงโฆษณาในการปรับโฆษณาตามโปรไฟล์ของผู้ใช้ (เช่น รีมาร์เก็ตติ้ง) และวัด Conversion ส่วนสำหรับผู้เผยแพร่โฆษณานั้น จะมีเฉพาะโฆษณาแบบจำกัด/โฆษณาแบบจำกัดแบบเป็นโปรแกรมที่สามารถแสดงได้ (หากเปิดใช้โฆษณาแบบจำกัดแบบเป็นโปรแกรม)

นอกจากการตรวจสอบเว็บไซต์และแอปแล้ว เรายังกำหนดให้ผู้เผยแพร่โฆษณาใช้ CMP ที่ได้การรับรองเมื่อแสดงโฆษณาต่อผู้ใช้ใน EEA, สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ด้วยเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายนี้ Google จะยังคงดำเนินการตรวจสอบเว็บไซต์และแอปของพาร์ทเนอร์ผู้เผยแพร่โฆษณา ซึ่งมีการนำ CMP ที่ได้รับการรับรองมาใช้

สำหรับผู้ลงโฆษณาที่มีการเข้าชมจาก EEA หากผู้ใช้ใน EEA ใช้เว็บไซต์หรือแอปของคุณและคุณวัดพฤติกรรมของผู้ใช้ด้วยแท็ก Google หรือ SDK และ/หรือใช้ประโยชน์จากฟังก์ชันการทำงานของกลุ่มเป้าหมาย/ฟังก์ชันการทำงานของการปรับโฆษณาตามโปรไฟล์ของผู้ใช้ คุณต้องส่งตัวเลือกความยินยอมของผู้ใช้ปลายทางให้ Google (เช่น ผ่านโหมดความยินยอมหรือ TCF) หากคุณโหลดแท็ก Google และยังไม่ได้ใช้โหมดความยินยอมเวอร์ชันล่าสุด เราขอแนะนำให้ทำงานร่วมกับ CMP ในโปรแกรมพาร์ทเนอร์ CMP ของ Google รายชื่อนี้ไม่ครอบคลุม CMP ทั้งหมดที่มีให้บริการ และ Google ไม่ได้กำหนดให้ผู้ลงโฆษณาต้องใช้ CMP จากโปรแกรมพาร์ทเนอร์

ฉันต้องเปิดเผยข้อมูลอะไรแก่ผู้ใช้ปลายทางบ้าง

เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ของ Google นโยบายของเรากำหนดให้มีการระบุตัวตนของแต่ละฝ่ายที่ได้รับข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ปลายทาง และกำหนดให้แสดงวิธีใช้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ปลายทางที่ชัดเจนและเข้าถึงง่ายด้วย เราได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลของ Google รวมถึงกำหนดให้ผู้เผยแพร่โฆษณาและผู้ลงโฆษณาใส่ลิงก์ไปยังหน้าดังกล่าวเพื่อเป็นการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ในการเปิดเผยเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลของ Google เรายังขอให้ผู้ให้บริการเทคโนโลยีโฆษณาอื่นๆ ที่ผสานรวมผลิตภัณฑ์ของ Google จัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับวิธีที่ผู้ให้บริการดังกล่าวใช้ข้อมูลส่วนตัวด้วย

นักพัฒนาแอปควรสนับสนุนให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดเวอร์ชันล่าสุดของแอปเพื่อให้ทราบการเปิดเผยต่อผู้ใช้ที่เป็นปัจจุบันที่สุด

โฆษณาแบบจำกัดคืออะไร

หากเป็นผู้เผยแพร่โฆษณา เมื่อคุณสร้างรายได้จากการแสดงผลด้วยโฆษณาแบบจำกัดเพียงอย่างเดียว Google จะปิดใช้ฟีเจอร์ที่ต้องใช้ตัวระบุในอุปกรณ์ เช่น การกำหนดความถี่สูงสุด นอกเหนือจากการไม่รวบรวม แชร์ และใช้ข้อมูลส่วนตัวในการปรับโฆษณาตามโปรไฟล์ของผู้ใช้ ระบบจะใช้คุกกี้และพื้นที่เก็บข้อมูลในเครื่องที่มีไว้เพื่อตรวจจับการเข้าชมที่ไม่ถูกต้องเท่านั้นเพื่อช่วยป้องกันการประพฤติมิชอบและการละเมิด เฉพาะในกรณีที่มีการเปิดโฆษณาแบบจำกัดและเป็นโปรแกรม โปรดทราบว่าเทคโนโลยีการแสดงโฆษณา (แท็ก JavaScript และ/หรือโค้ด SDK) จะยังได้รับการแคชหรือติดตั้งไว้โดยเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินการปกติของเบราว์เซอร์ของผู้ใช้และระบบปฏิบัติการในอุปกรณ์เคลื่อนที่ คุณควรเป็นผู้ประเมินภาระหน้าที่ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆ รวมถึงประกาศและความยินยอมที่จำเป็น ซึ่งอิงตามกฎหมายท้องถิ่นในเขตอำนาจศาลของคุณ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์นี้ได้ในศูนย์ช่วยเหลือของ Ad Manager, AdMob และ Adsense

นโยบายนี้มีผลต่อผลิตภัณฑ์อื่นใดของ Google อีกบ้าง

นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์โฆษณาและผลิตภัณฑ์การวัดผลแล้ว ยังมีการกล่าวถึงนโยบายนี้ในผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Google เช่น ข้อกำหนดในการให้บริการของ Google Maps Platform, ข้อกำหนดในการให้บริการของบริการ API ของ YouTube, ข้อกำหนดในการให้บริการ reCAPTCHA และใน Blogger

โฆษณาประเภทใดบ้างที่ถือว่าเป็นโฆษณา "ที่ปรับตามโปรไฟล์ของผู้ใช้" ตามวัตถุประสงค์ของนโยบายนี้

การโฆษณาที่ปรับตามโปรไฟล์ของผู้ใช้มอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับทั้งผู้ใช้ (เพิ่มความเกี่ยวข้องของโฆษณา) และผู้ลงโฆษณา/ผู้เผยแพร่โฆษณา Google จะถือว่าโฆษณาได้รับการปรับตามโปรไฟล์ของผู้ใช้เมื่อการเลือกโฆษณานั้นๆ อ้างอิงหรือได้รับอิทธิพลจากการใช้ข้อมูลที่รวบรวมไว้หรือข้อมูลประวัติ ซึ่งรวมถึงการใช้คำค้นหา กิจกรรม การเข้าชมเว็บไซต์หรือแอปที่ผ่านมา ข้อมูลประชากร หรือสถานที่ตั้งของผู้ใช้ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการดำเนินการต่างๆ อย่างเช่น การกำหนดเป้าหมายตามข้อมูลประชากร การกำหนดเป้าหมายตามหมวดหมู่ความสนใจ การรีมาร์เก็ตติ้ง การกำหนดเป้าหมายรายการจับคู่ข้อมูลลูกค้า และรายการกลุ่มเป้าหมายที่อัปโหลดใน Google Marketing Platform ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

ฉันต้องปฏิบัติอย่างไรหากเป็นผู้ลงโฆษณาที่ใช้ผลิตภัณฑ์ Google ในเว็บไซต์/แอป

หากใช้แท็กสำหรับผลิตภัณฑ์โฆษณา เช่น Google Ads หรือ Google Marketing Platform ในหน้าเว็บ/แอป คุณจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ใน EEA, สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายความยินยอมของผู้ใช้ EU ของ Google นโยบายของเรากำหนดให้ขอความยินยอมในการใช้คุกกี้ ตัวระบุอุปกรณ์เคลื่อนที่ หรือพื้นที่เก็บข้อมูลอื่นในเครื่องในกรณีที่กฎหมายกำหนด และความยินยอมในการใช้ข้อมูลส่วนตัวเพื่อแสดงโฆษณาที่ปรับตามโปรไฟล์ของผู้ใช้ เช่น ในกรณีที่คุณมีแท็กรีมาร์เก็ตติ้งในหน้าเว็บ/แอป

มีใครอื่นอีกที่รวบรวมข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ปลายทาง และฉันควรระบุบุคคลที่สามเหล่านี้อย่างไร

ผู้ลงโฆษณาและผู้เผยแพร่โฆษณาจำนวนมากที่ใช้ระบบโฆษณาของ Google จะใช้บุคคลที่สามเพื่อแสดงโฆษณาและวัดประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณาในเว็บไซต์หรือในแอป นโยบายกำหนดให้คุณระบุอย่างชัดเจนถึงบุคคลที่สามแต่ละราย (นอกเหนือจาก Google) ที่อาจรวบรวม รับ และ/หรือใช้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ปลายทางอันเป็นผลมาจากการใช้ผลิตภัณฑ์ Google ของคุณ

เว็บไซต์/แอปของฉันไม่ได้อยู่ในยุโรป นโยบายนี้มีผลกับฉันไหม

มีผล หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์ของ Google ที่นำนโยบายนี้มาใช้ นโยบายนี้มีผลกับผู้ใช้ปลายทางที่อยู่ใน EEA, สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์เท่านั้น

แล้วเครื่องมือติดตามคลิกมีข้อกำหนดอะไรบ้าง

เมื่อผู้ลงโฆษณาเลือกที่จะใช้เทคโนโลยีติดตามคลิกของบุคคลที่สาม (กล่าวคือ เมื่อการคลิกโฆษณาส่งเบราว์เซอร์ของผู้ใช้ไปยังผู้ให้บริการการวัดของบุคคลที่สามระหว่างที่ไปยังหน้า Landing Page ของผู้ลงโฆษณา) ก็ต้องดำเนินการโดยให้สอดคล้องกับกฎหมายที่บังคับใช้ ส่วนควบคุมผู้ให้บริการสำหรับผู้เผยแพร่โฆษณาของ Google ไม่ได้ออกแบบมาให้ครอบคลุมเทคโนโลยีติดตามคลิก

ฉันควรเก็บรักษาข้อมูลที่บันทึกประเภทใดไว้บ้าง

นโยบายของเรากำหนดไว้ว่าลูกค้าต้องเก็บรักษาบันทึกคำยินยอมเอาไว้ อย่างน้อยที่สุด ข้อมูลที่เก็บไว้จะต้องรวมข้อความและตัวเลือกที่เสนอให้แก่ผู้ใช้ในฐานะส่วนหนึ่งของกลไกการขอคำยินยอม รวมถึงการบันทึกวันที่และเวลาที่ผู้ใช้ให้คำยินยอม

ทำไม CMP ผู้เผยแพร่โฆษณาของฉันจึงไม่ถือว่าเป็นไปตามข้อกำหนด ทั้งๆ ที่ใชCMP ที่ได้การรับรองซึ่งผ่านการรับรองจาก IAB เช่นกัน

การใช้ CMP ที่ได้การรับรองไม่ได้รับรองว่าจะเป็นไปตามนโยบายความยินยอมของผู้ใช้ EU ของ Google เนื่องจากขึ้นอยู่กับการใช้ CMP และข้อความขอความยินยอมที่เจาะจงซึ่งแสดงต่อผู้ใช้ (โปรดดูหลักเกณฑ์เพิ่มเติมโดยไปที่คำถาม "รายการตรวจสอบสำหรับพาร์ทเนอร์เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อนำกลไกการขอความยินยอมไปใช้" ด้านบน)

ทำไมเว็บไซต์/แอปของฉันจึงไม่ถือว่าเป็นไปตามข้อกำหนด ทั้งๆ ที่ใชCMP ที่เป็น Google Partner

สำหรับพาร์ทเนอร์ผู้ลงโฆษณา จะมีโปรแกรมพาร์ทเนอร์ CMP ที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยผู้ลงโฆษณาในการสร้างและกำหนดค่าแบนเนอร์แสดงความยินยอมให้ใช้คุกกี้ทางการตลาดในเว็บไซต์/แอป และสามารถรองรับการผสานรวมโหมดความยินยอม การทำงานร่วมกับ CMP เหล่านี้ไม่ได้รับรองว่าจะเป็นไปตามนโยบายความยินยอมของผู้ใช้ EU ของ Google เนื่องจากขึ้นอยู่กับการใช้ CMP และข้อความขอความยินยอมที่เจาะจงซึ่งแสดงต่อผู้ใช้ (โปรดดูหลักเกณฑ์เพิ่มเติมโดยไปที่คำถาม "รายการตรวจสอบสำหรับพาร์ทเนอร์เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อนำกลไกการขอความยินยอมไปใช้" ด้านบน)

ฉันต้องปฏิบัติตามนโยบายนี้หรือไม่หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ Privacy Sandbox API

ใช่ เมื่อใช้ Privacy Sandbox API (รวมถึง Topics, Protected Audience และ Attribution Reporting) คุณจะเข้าถึงพื้นที่เก็บข้อมูลในเครื่อง เนื่องจากกฎหมาย ePrivacy ไม่ได้แยกความแตกต่างระหว่างข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนตัว คุณจึงจะต้องได้รับความยินยอมไม่ว่าจากการประเมินของคุณ ข้อมูลจะมีลักษณะใดก็ตาม นโยบายความยินยอมของผู้ใช้ EU กำหนดให้คุณต้องขอความยินยอมที่ถูกต้องจากผู้ใช้เพื่อดำเนินการดังกล่าวในลักษณะเดียวกับที่ต้องได้รับความยินยอมในการปรับโฆษณาตามโปรไฟล์ของผู้ใช้และใช้งานพื้นที่เก็บข้อมูลที่ไม่จำเป็นในเครื่องในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Privacy Sandbox

การปรับปรุงนโยบายนี้

นโยบายความยินยอมของผู้ใช้ EU ฉบับเดิมของ Google ได้รับการปรับปรุงเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2018 มีการแก้ไขรายละเอียดเล็กน้อยในวันที่ 31 ตุลาคม 2019 เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างสหราชอาณาจักรกับสหภาพยุโรป

ในเดือนกรกฎาคม 2024 เราได้ปรับปรุงและขยายขอบเขตนโยบายความยินยอมของผู้ใช้ EU ให้รวมสวิตเซอร์แลนด์

ทั้งนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้ แต่ดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น เราจะประเมินกฎหมายและหลักปฏิบัติของอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง และปรับปรุงคำแนะนำและข้อกำหนดของเราให้สอดคล้องกับกฎหมายและหลักปฏิบัติเหล่านั้น